ถังดับเพลิง รู้วิธีการใช้งานอย่างถูกต้องในการดับเพลิงด้วยเครื่องดับเพลิงมือถือ

ทุกท่านเคยสังเกตุกันไหมครับว่า ทำไมถังดับเพลิงที่ชนิดเดียวกัน ขนาดเท่ากัน แต่ราคาถึงแตกต่างกันเยอะเหลือเกิน ซึ่งสาเหตุหลักเลยก็มาจากคือ “ผงเคมี” ที่บรรจุอยู่ในถังดับเพลิงนั่นเองครับ ทั้งประเภทและความเข้มข้นของเคมี ผงเคมีแห้งที่นิยมใช้กันอยู่ทั่วไปในปัจจุบันจะมีเคมีอยู่ 2 ประเภท

1. เคมีABC ที่มีส่วนประกอบหลักจาก โมโมแอมโมเนียมฟอสเฟต (Mono Ammonium Phosphate หรือ MAP)

2. เคมีBC ที่มีส่วนประกอบหลักมาจาก โซเดียมไบคาร์บอเนต (Sodium Bicarbonate) ชื่อผงเคมีจะเรียกตามประสิทธิภาพที่ดับไฟได้

โดยไฟจะแบ่งออกเป็น 3 ประเภท(Class) หลัก ตามประเภทของเชื้อเพลิง

Class A วัสดุของแข็งทั่วไป เช่น ไม้ กระดาษ เสื้อผ้า พลาสติก

Class B ของเหลวติดไฟ เช่น น้ำมัน แอลกอฮอล์ ทินเนอร์ น้ำมันก๊าด

Class C อุปกรณ์ไฟฟ้า หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

ชื่อเคมี ABC หมายถึง ดับไฟได้ทั้ง Class A, B, C และเคมี BC หมายถึงสามารถดับไฟได้เฉพาะ Class B และ C เท่านั้น ไม่สามารถดับไฟที่เกิดจาก ClassA ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงทั่วไป ที่ปกติแล้วสามารถเกิดอัคคีภัยได้บ่อยกว่าแล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าเคมีที่บรรจุอยู่ในถังดับเพลิง เป็นเคมีชนิดอะไรกันแน่?

วิธีที่ 1 – ดูที่ฉลาก ถังดับเพลิงจะมีแปะฉลากข้อมูลตัวถังไว้ โดยดูที่ Fire Rating หรือตัวเลขสมรรถนะในการดับไฟถ้าตัวเลขที่ระบุ มีทั้งอักษร A และ B แสดงว่าเคมีด้านในเป็นผงเคมี ABC  แต่ถ้าตัวเลขมีระบุ แค่ B เท่านั้น ด้านในจะบรรจุผงเคมี BC (เนื่องจากไม่สามารถดับ Class A ได้) – แต่ในกรณีนี้ต้องมั่นใจว่าผู้ผลิตหรือผู้จำหน่ายต้องเชื่อถือได้ สามารถขอเอกสารผลการทดสอบผงเคมีได้

วิธีที่ 2 – ทดสอบด้วยตนเอง หากไม่มั่นใจว่าเคมีที่บรรจุตรงตามฉลากถังดับเพลิงที่แปะไว้หรือไม่? เรามีวิธีทดสอบเพื่อแยกชนิดของผงเคมีที่บรรจุภายในว่าเป็นชนิด ABC หรือ BC โดยใช้ “น้ำส้มสายชู” หรือ “กรดเกลือแบบน้ำ” หรือสารที่มีฤทธิ์เป็นกรด โดยฉีดผงเคมีจากถังดับเพลิงใส่แก้วไว้ และเทน้ำส้มสายชูลงไปที่ผงเคมี หากเป็นเคมี ABC >> ไม่เกิดปฎิกิริยาใดๆ หากเป็นเคมี BC >> มีฟองอากาศขึ้นปุดๆ ลักษณะคล้ายเคมีเดือด

สาเหตุที่เป็นแบบนี้ เนื่องจากเคมี ABC จะมีค่าความเป็นกรดอ่อนๆจากโมโนแอมโมเนียมฟอสเฟต เมื่อเราเทน้ำส้มสายชูที่มีฤทธิ์เป็นกรดลงไป กรดผสมกับกรด ทำให้ไม่มีปฏิกิริยาต่อกัน แต่เคมี BC จะมีค่าความเป็นด่างจากสารโซเดียมไบคาร์บอเนต เมื่อเทน้ำส้มสายชูลงไป ด่างกับกรดมาผสมกันทำให้เกิดปฎิกิริยาเพื่อปรับความเป็นกลางและคายก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมานั่นเอง

วิธีที่ 3 – ส่งทดสอบกับ LAB ในประเทศ หากท่านต้องการผลทดสอบที่แน่นอน และสามารถระบุได้ถึงความเข้มข้นของผงเคมี สามารถส่งตัวอย่างผงเคมีเข้าทดสอบกับ Lab ในประเทศได้ ระยะเวลาประมาณ 1-2 สัปดาห์ก็จะรู้ผล โดยมีเอกสารระบุชัดเจนว่าเป็นผงเคมีประเภทใด ความเข้มข้นกี่%

ในตัวอาคารหรือโรงงานแม้จะมีระบบดับเพลิงอัตโนมัติแล้ว การติดตั้งถังดับเพลิงหรือเครื่องดับเพลิงแบบมือถือก็เป็นสิ่งที่จำเป็นที่จะช่วยลดการสูญเสียจากเหตุเพลิงไหม้ได้อย่างรวดเร็ว

ถังดับเพลิงเป็นอุปกรณ์ช่วยดับเพลิงที่เป็นที่ยอมรับกันอย่างกว้างขวาง ในเรื่องของการรักษาความปลอดภัยเมื่อเกิดเพลิงไหม้ แต่อาคารหรือโรงงานแต่ละแห่งก็มีวัสดุและเชื้อเพลิงในอาคารที่แตกต่างกัน การเลือกใช้ถังดับเพลิงให้เหมาะสมกับกับรูปแบบของเชื้อเพลิงจึงเป็นอีกสิ่งสำคัญที่ช่วยให้อันตรายจากเพลิงไหม้นั้นลดลงได้

เมื่อคุณอ่านบทความนี้จบ จะช่วยให้คุณเข้าใจประเภทของเพลิงไหม้และประเภทของถังดับเพลิง พร้อมช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกชนิดของถังดับเพลิงที่เหมาะสมกับอาคารและตามประเภทของเชื้อเพลิงได้

ประเภทของเพลิงไหม้

ไฟเกิดจากการรวมตัวขององค์ประกอบ 3 อย่าง คือ เชื้อเพลิง (Fuel) ความร้อน (Heat) และอากาศ (Oxygen) โดยเพลิงไหม้เกิดจากไฟที่ลุกไหม้บนเชื้อเพลิงในสภาพแวดล้อมที่มีออกซิเจน หากต้องการทำการดับไฟต้องทำให้องค์ประกอบใดองค์ประกอบหนึ่งหายไปหรือไม่เพียงพอต่อการเผาไหม้

ความรุนแรงเมื่อเกิดเพลิงไหม้มีความแตกต่างกันไปตามลักษณะของเชื้อเพลิง ทำให้เพลิงไหม้ถูกแบ่งประเภท ตามเชื้อเพลิงที่ติดไฟ เพื่อให้สามารถเลือกใช้อุปกรณ์ดับเพลิงที่เหมาะสมที่สุดเมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้

เพลิงไหม้ประเภท A (Ordinary Combustibles) เพลิงไหม้ประเภทนี้เกิดจากเชื้อเพลิงธรรมดาที่ติดไฟง่าย เช่น ไม้ ผ้า กระดาษ ขยะ พลาสติก ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงที่พบได้ในอาคารที่พักอาศัยทั่วไป ซึ่งเพลิงไหม้ประเภทนี้สามารถดับได้ด้วยน้ำเปล่า

เพลิงไหม้ประเภท B (Flammable Liquids) เป็นเพลิงไหม้ที่เกิดจากเชื้อเพลิงที่เป็นของเหลวติดไฟ มีส่วนประกอบพื้นฐานเป็นน้ำมันดิบ น้ำมันก๊าซ น้ำมันเบนซิน และก๊าซไวไฟ เช่น บูเทน (Butane) หรือ โพรเพน (Propane) โดยเชื้อเพลิงเหล่านี้พบได้ในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการผลิตเชื้อเพลิง น้ำมันหล่อลื่น ไปจนถึงการผลิตสีบางชนิด เชื้อเพลิงประเภท B จะสามารถลุกไหม้ได้นานเมื่อมีออกซิเจนอยู่รอบๆ การดับเพลิงไหม้ประเภทนี้จึงต้องกำจัดออกซิเจนโดยรอบออก

เพลิงไหม้ประเภท C (Electrical Equipment) เป็นเพลิงไหม้ที่เกิดกับอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ยังมีกระแสไฟฟ้าอยู่ หรืออุปกรณ์ที่มีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านอยู่ตลอดเวลาที่ทำงาน เช่น มอเตอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ตัวแปลงกระแสไฟฟ้า เป็นต้น อุปกรณ์ไฟฟ้าเหล่านี้เมื่อมีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านอยู่ตลอดเวลาจะทำให้เกิดความร้อนสูง เมื่อมีการชำรุดเสียหายอาจจะก่อให้เกิดเพลิงไหม้ประเภท C ได้ การดับเพลิงไหม้ประเภทนี้ควรต้องตัดระบบไฟฟ้าก่อนทำการดับไฟ

เพลิงไหม้ประเภท D (Combustible Metals) เพลิงไหม้ประเภทนี้เกิดจากเชื้อเพลิงที่เป็นโลหะติดไฟได้ เช่น ไทเทเนียม (Titanium), แมกนีเซียม (Magnesium), อลูมิเนียม (Aluminium) และ โพแทสเซียม (Potassium) เป็นต้น เป็นเชื้อเพลิงที่พบได้ในห้องปฏิบัติการ ห้องทดลอง ไปจนถึงอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการใช้งานโลหะเหล่านี้ โดยเพลิงไหม้ประเภทนี้ไม่สามารถดับด้วยน้ำเปล่าได้

เพลิงไหม้ประเภท K (Combustible Cooking) เพลิงไหม้ประเภทนี้เกิดกับเครื่องครัว น้ำมันที่ใช้ในครัว ไขมันสัตว์ ไปจนถึงของเหลวที่ใช้ในการประกอบอาหาร ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงที่พบได้ในครัวเรือนและร้านอาหาร

การแบ่งประเภทของถังดับเพลิง

การเลือกซื้อถังดับเพลิงสำหรับอาคารหรือโรงงานของคุณ ต้องคำนึงถึงความเหมาะสมในการดับไฟของเชื้อเพลิงในอาคาร ซึ่งถังดับเพลิงแต่ละชนิดจะบรรจุสารภายในถังที่แตกต่างกันเพื่อให้สามารถดับเพลิงแต่ละประเภท รวมถึงขนาดที่เหมาะสมกับการเลือกใช้ตามขนาดของพื้นที่ในอาคารด้วย

1. ถังดับเพลิงชนิดผงเคมีแห้ง (Dry Chemical Extinguishers)

ถังดับเพลิงประเภทนี้บรรจุผงเคมีแห้งและอัดก๊าซไนโตรเจนที่สามารถระงับปฏิกิริยาเคมีของการเกิดเพลิงไหม้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อฉีดออกมาจะเป็นฝุ่นผงเคมีขัดขวางการลุกไหม้ของออกซิเจนกับเชื้อเพลิง จึงเหมาะสำหรับการดับเพลิงได้หลายรูปแบบ ทั้งเพลิงไหม้ประเภท A, B และ C (Multi-purpose) หรือ B และ C ขึ้นอยู่กับผงเคมีแห้งที่บรรจุไว้ในเครื่องดับเพลิง เหมาะกับการใช้ในอาคารพักอาศัย บ้าน โรงงานอุตสาหกรรม

2. ถังดับเพลิงชนิดน้ำยาเหลวระเหย HCFC-123 (Halotron Extinguishers)

สารดับเพลิงชนิดสารเคมีเหลวที่มีความเย็นจัดเมื่อฉีดออกมาจะเป็นไอระเหย ทำหน้าที่กำจัดความร้อนและขัดขวางการเผาไหม้ออกซิเจนและไม่เป็นสื่อนำไฟฟ้าโดยไม่ทิ้งคราบสกปรกหลังดับ ถังดับเพลิงชนิดนี้สามารถดับเพลิงไหม้ได้ทั้งประเภท A, B, C หรือ B, C ขึ้นอยู่กับขนาดของเครื่องดับเพลิง เหมาะกับการใช้งานในห้องอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ หรืออุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เรือ เครื่องบิน

3. ถังดับเพลิงชนิดน้ำยาโฟม (Foam Extinguishers)

ภายในถังดับเพลิงจะบรรจุโฟมที่เมื่อฉีดออกมาแล้วจะเป็นฟองโฟมกระจายปกคลุมเชื้อเพลิงที่ลุกไหม้ทำให้ไฟขาดออกซิเจนและลดความร้อน รวมถึงการปกปิดพื้นผิวของของเหลวอย่างน้ำมันได้ดี ใช้ดับเพลิงประเภท A และ B ได้ดี แต่ไม่สามารถใช้ดับเพลิงประเภท C ได้ เนื่องจากโฟมมีส่วนผสมของน้ำเป็นสื่อนำไฟฟ้า เหมาะสำหรับภาคอุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับเชื้อเพลิงและสารระเหยติดไฟ ที่พักอาศัย ปั๊มน้ำมัน

4. ถังดับเพลิงชนิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (Carbon Dioxide (CO2) Extinguishers)

ถังดับเพลิงประเภทนี้จะบรรจุก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ที่เมื่อฉีดออกมาแล้วจะมีลักษณะเป็นไอเย็นจัดของน้ำแข็งแห้ง (Dry Ice) ปกคลุมบริเวณที่เกิดเพลิงลุกไหม้ ช่วยให้ลดความร้อนและดับไฟได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงไม่ทิ้งคราบสกปรก สามารถใช้ดับเพลิงได้ทั้งประเภท B และ C เหมาะสำหรับโรงงานที่มีไลน์การผลิตขนาดใหญ่ โรงอาหาร ห้องเก็บอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

5. ถังดับเพลิงชนิดน้ำ (Water Extinguishers)

ถังดับเพลิงชนิดน้ำเหมาะสำหรับการดับเพลิงไหม้ประเภท A เพื่อลดอุณหภูมิความร้อนของเชื้อเพลิงที่เป็นวัตถุของแข็งอย่าง ไม้ กระดาษ พลาสติก ผ้า โดยบรรจุน้ำธรรมดาและก๊าซเอาไว้ เหมาะสำหรับการใช้ดับเพลิงในอาคารที่พักอาศัย เรือ เป็นต้น

6. ถังดับเพลิงชนิด Wet Chemical Class K

ถังดับเพลิงชนิดนี้บรรจุ Potassium Acetate ใช้ดับเพลิงประเภท K  ที่เกิดจากน้ำมันที่ใช้ในครัว ไขมันสัตว์หรือของเหลวที่ใช้ประกอบอาหาร เหมาะสำหรับใช้ในห้องครัว และร้านอาหาร

 

นอกจากนั้นยังมีเครื่องดับเพลิงประเภทอื่นๆ อีกหลายชนิดที่ไม่ได้กล่าวถึง ซึ่งมีคุณสมบัติที่แตกต่างกันไป โดยบทความนี้ได้แยกประเภทเครื่องดับเพลิงต่างๆ ตามมาตรฐานของ NFPA10

การเลือกถังดับเพลิงโดยดูจากประสิทธิภาพของการดับไฟ

ประสิทธิภาพของการดับไฟหรือ Fire Rating คือ สมรรถนะที่ใช้ในการทดสอบดับไฟ ซึ่งถูกกำหนดโดยสำนักงานมาตรฐานอุตสาหกรรม หรือ สมอ. ที่ได้จัดทำเป็น มาตรฐานอุตสาหกรรม หรือ มอก. เพื่อควบคุมคุณภาพสินค้าและความปลอดภัยของผู้บริโภค โดย มอก. 332-2537 สำหรับถังดับเพลิงที่ติดอยู่บนฉลากข้างถังดับเพลิง ได้กำหนดสมรรถนะของถังดับเพลิงไว้เพื่อเปรียบเทียบข้อแตกต่างของประสิทธิภาพในการดับเพลิงไว้ เพื่อการเลือกใช้ที่เหมาะสม

การเลือกใช้ต้องได้รับการรองรับผลิตภัณฑ์มาตรฐานของประเทศไทย คือ มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมไทย (มอก.)

ถังดับเพลิงหรือเครื่องดับเพลิงแบบมือถือ ต้องเหมาะสมกับประเภทของเชื้อเพลิงและเป็นไปตามมาตรฐานเหล่านี้

– มอก. 332-2537 เครื่องดับเพลิงยกหิ้วชนิดผงเคมีแห้ง

– มอก.882 – 2532  เครื่องดับเพลิงยกหิ้วชนิดโฟม

– มาตรฐานสากลอื่นๆ เช่น UL (Underwriter Laboratory) เป็นต้น