อบรมที่อับอากาศ 4 ผู้ ต้องอบรมเมื่อไหร่ update มาตรฐานใหม่ปี 2565

อบรมที่อับอากาศ 4 ผู้ ต้องอบรมเมื่อไหร่

หากถามว่าการทำงานในสถานที่อับอากาศอันตรายหรือไม่ ตอบได้เลยว่าเป็นงานเสี่ยงอันตรายอย่างมาก เนื่องจาก คนที่ทำงานมีโอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุถึงขั้นเสียชีวิตได้ จากการขาดอากาศหายใจหรืออาจจะเกิดอุบัติเหตุ จากการสูดดมก๊าซพิษ หรือ (ไฮโดรเจนซัลไฟด์) ก๊าซไข่เน่า ในบริเวณพื้นที่อับอากาศได้ สิ่งเหล่านี้ทำให้ผู้ปฏิบัติงาน ตกอยู่ในสถานการณ์ที่เป็นอันตราย ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์

อันตรายในการทำงานที่อับอากาศมีอะไรบ้าง

  1. การเกิดสภาวะขาดออกซิเจน จนขาดอากาศหายใจ หรือในพื้นที่ทำงาน มีปริมาณอากาศต่ำกว่า 19.5% หรือ มากกว่า 23.5%
  2. ปริมาณสารไวไฟ หรือสารระเบิดเกิน 10% ผู้ปฏิบัติงานหากมีการทำงานที่มีประกายไฟ เช่น งานเชื่อม ตัด เจีย เจาะ หรืองานระบบไฟฟ้า หากในบริเวณพื้นที่นั้นมี ก๊าซ ไวไฟ อาจจะทำให้เกิดการระเบิดและบาดเจ็บเสียชีวิตได้
  3. อันตรายจากปริมาณก๊าซพิษ เช่น ก๊าซไข่เน่า หรือสารเคมีอันตรายอื่น ที่มีค่าเกินกว่ามาตรฐานกำหนด ทำให้ผู้ปฏิบัติงานสูดดมเข้าไปและหมดสติ
  4. อันตรายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องในการทำงานที่อับอากาศ

หากเราไม่ได้เกิดอุบัติเหตุจากการขาดอากาศหายใจ หรือสารไวไฟ หรือสารเคมีอันตราย แต่ในการทำงานที่อับอากาศ ยังสามารถเกิดอุบัติเหตุต่างๆได้ เช่น การตกจากที่สูง การลื่นลงบ่อ การถูกไฟฟ้าช็อตขณะปฏิบัติงานในที่อับอากาศ เป็นต้น

 

ตรวจวัดอากาศในงานอับอากาศ

เราจะป้องกันอันตรายจากการทำงานในสถานที่อาบอากาศได้อย่างไร

ก่อนที่เราจะเริ่มทำงานในสถานที่อับอากาศ นายจ้างควรปฏิบัติตามมาตรฐาน และข้อกฎหมาย โดยการส่งให้พนักงานที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องในงานอับอากาศ ได้ผ่านการฝึกอบรมที่อับอากาศ 4 ผู้ ได้แก่ ผู้อนุญาต ผู้ควบคุมงาน ผู้ช่วยเหลือ และผู้ปฏิบัติงาน ได้มีความรู้ความเข้าใจ สามารถทำงานในที่อับอากาศได้อย่างถูกต้อง และปลอดภัย รวมไปถึงผู้ที่เกี่ยวข้องในงานอับอากาศ จะต้องทราบถึงแผนการฉุกเฉินขณะที่เกิดเหตุ ว่าจะต้องทำอย่างไร ดังนั้นก่อนเริ่มปฎิบัติงาน จึงควรจะมีการขออนุญาตเข้าทำงานในที่อับอากาศ ตรวจสอบอุปกรณ์ความพร้อมต่างๆ รวมถึงแผนฉุกเฉินเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ปฏิบัติงาน

 

แผนฉุกเฉินในงานอับอากาศ

แผนฉุกเฉินในงานอับอากาศคืออะไร

แผนฉุกเฉินในงานอับอากาศเป็นสิ่งสำคัญที่ทีมงานในที่อับอากาศจะต้องจัดเตรียมเอาไว้ก่อนเริ่มปฎิบัติงาน เพื่อให้เกิดความพร้อม และเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน เราจะสามารถปฏิบัติตามแผนฉุกเฉินได้อย่างถูกต้อง โดยปกติแล้วแผนฉุกเฉินจะถูกจัดทำโดย ผู้ช่วยเหลือในงานอับอากาศเป็นคนเขียนแผนฉุกเฉินต่างๆขึ้นมา และนำแผนดังกล่าวไปทำการซ้อมร่วมกับผู้ปฏิบัติงานให้เกิดความเข้าใจตรงกัน แผน

ฉุกเฉินในงานอับอากาศจะประกอบไปด้วยขั้นตอนดังนี้

  • การให้สัญญาณในขณะเกิดเหตุฉุกเฉินและการสื่อสารเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ในสภาวะที่ผู้ปฏิบัติงานเกิดอุบัติเหตุ
  • ขั้นตอนการเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยในงานอับอากาศ
  • วิธีการปฐมพยาบาลผู้บาดเจ็บในงานอับอากาศตามลักษณะต่างๆ และการเตรียมความพร้อมของอุปกรณ์ปฐมพยาบาล
  • อุปกรณ์การกู้ภัยในงานอับอากาศตามลักษณะพื้นที่การทำงาน จะต้องเพียงพอและสามารถใช้งานได้อย่างรวดเร็ว
  • การปิดกั้นพื้นที่กรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน
  • ระบบแสงสว่าง กรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉินในตอนกลางคืนหรือไม่มีแสงสว่างเพียงพอ
  • การส่งต่อและขั้นตอนการนำผู้บาดเจ็บสู่ระบบการแพทย์ฉุกเฉิน

อบรมที่อับอากาศต้องอบรมทุกๆ กี่ปี

กฎหมายได้ระบุให้นายจ้างทำการฝึกอบรมลูกจ้างที่มีหน้าที่ในการทำงานที่อับอากาศ 4 ผู้ โดยการฝึกอบรมในครั้งแรกใบอนุญาตจะมีอายุอยู่ที่ 5 ปี และทุกๆ 5 ปี นายจ้างจะต้องจัดให้มีการฝึกอบรมทบทวนการทำงานในที่อับอากาศใบอนุญาตอยู่ได้อีก 2 ปี

อุปกรณ์การช่วยเหลือในงานอับอากาศประกอบไปด้วยอะไรบ้าง

  1. เครื่องช่วยหายใจ scba
  2. รอกกู้ภัย และ ไตรพอดสามขา
  3. ถังดับเพลิง
  4. เครื่องวัดอากาศ สารไวไฟ และ ก๊าซพิษ
  5. พัดลมระบายอากาศ
  6. ระบบไฟแสงสว่างฉุกเฉิน
  7. ระบบวิทยุสื่อสาร เป็นต้น

สรุป:

เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิดและส่งผลให้เกิดการบาดเจ็บหรือเสียชีวิตในงานอับอากาศ ผู้ที่เกี่ยวข้องจะต้องทำการอบรมที่อับอากาศ ก่อนเริ่มงานเพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจ มีทักษะในการทำงาน รวมไปถึงการใช้อุปกรณ์ตอบโต้เหตุฉุกเฉินได้อย่างถูกต้องและถูกวิธี อุปกรณ์ที่นำเข้ามาใช้ในงานอับอากาศจะต้องได้มาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนดหรือมาตรฐานสากลยอมรับ รวมไปถึงการเตรียมความพร้อมของแผนฉุกเฉินและทำการฝึกซ้อมอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้เกิดความเคยชินและเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นเราจะทำตามแผนฉุกเฉินได้อย่าง ถูกต้องและรวดเร็ว